อาณาจักรแห่งกาลเวลา (อังกฤษ: The Keys to the Kingdom) เป็นนวนิยายแฟนตาซีชุดหนึ่งของ การ์ธ นิกซ์ (Garth Nix) นักเขียนชาวออสเตรเลีย ได้รับการตีพิมพ์ในรูปแบบของหนังสือปกอ่อน
เรื่องราวในเรื่องเกิดขึ้นในบ้านและอาณาจักรชั้นที่สอง ซึ่งรวมไปถึงโลกของเราด้วย โดยมีตัวเอกดำเนินเรื่อง 3 ตัว คือ อาเธอร์ เพนฮาลิกอน, ซูซี่ ฟ้าเทอร์คอยซ์ และลีฟ เรื่องราวภายในเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางศาสนาและเทวตำนานโบราณ รวมไปถึงเลข 7 อีกด้วย
ในประเทศไทย ลิขสิทธิ์เป็นของสำนักพิมพ์แจ่มใส แปลเป็นภาษาไทยโดย แสงตะวัน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์ อาณาจักรแห่งกาลเวลาเป็นวรรณกรรมเล่มเดียวของการ์ธ นิกซ์ ที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์และได้รับการแปลเป็นภาษาไทย
จักรวาลของเราถูกสร้างขึ้นจากสุญญะ (Nothing) โดยมีมหาสถาปนิก (The Architect) เป็นผู้สร้าง นางได้สร้าง "บ้าน" (The House) เป็นที่อยู่ของนาง สร้าง "พลเมือง" (Denizens) ให้ทำงานภายในบ้าน และอาณาจักรชั้นที่สอง ซึ่งคือจักรวาลของเรา และเทหวัตถุต่างๆ ในนั้น เช่น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ต่อมาได้เกิดสิ่งมีชีวิตต่างๆ นางจึงมอบหน้าที่ให้พลเมืองทำการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของผู้รู้ตายทั้งหมดรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอาณาจักรชั้นที่สอง เวลาของบ้านเป็นเวลาที่แท้จริง เคลื่อนที่ไปข้างหน้าเสมอ ส่วนเวลาของอาณาจักรชั้นที่สองจะบิดผันไป และอาจไหลย้อนกลับได้ด้วย
แต่แล้ว นางก็จากไปอย่างลึกลับ ทิ้งพินัยกรรมเอาไว้ให้กับคณะผู้ดูแลทั้งเจ็ดซึ่งตั้งชื่อตามวันต่าง ๆ คือ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ให้รับผิดชอบอาณาจักรทั้งเจ็ดภายในบ้าน และรอการมาของ "ทายาทผู้ทรงสิทธิ์" ที่จะมารับมอบกุญแจสู่อาณาจักรทั้งเจ็ดดอก และปกครองบ้านต่อจากนาง แต่ผู้ดูแลกลับทรยศและฉีกพินัยกรรมออกเป็นเจ็ดส่วน นำไปซุกซ่อนในที่ต่าง ๆ ทั้งในบ้านและจักรวาล ตั้งตนเป็นเจ้านายและยึดกุญแจไว้ใช้เป็นของตน ปล่อยให้พลเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับจักรวาลจนเกิดความวุ่นวาย
หนึ่งหมื่นปีต่อมาตามเวลาของบ้าน พินัยกรรมชื้นหนึ่งหลุดลอยจากการคุมขัง และหลอกล่อ "คุณวันจันทร์" หนึ่งในคณะผู้ดูแลให้มอบกุญแจครึ่งหนึ่งของเขาให้แก่เด็กชายอายุสิบสองปี "อาเธอร์ เพนฮาลิกอน" ทำให้เขารอดตายจากอาการหอบหืดกำเริบและกลายเป็นทายาทผู้ทรงสิทธิ์ของบ้าน ไม่นานนัก คุณวันจันทร์ก็เริ่มใช้แผนการทวงกุญแจคืนมา อันทำให้เกิดโรคไข้หลับระบาดไปทั่วเมือง อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปที่บ้านและเข้าต่อสู้กับคณะผู้ดูแลทั้งเจ็ดคนเพื่อชิงกุญแจและอ้างสิทธิ์ในการปกครองบ้าน เพื่อปกป้องโลกของเขาจากการแทรกแซงของคณะผู้ดูแลซึ่งอาจจะนำไปสู่จุดจบของจักรวาล เพื่อทำเช่นนั้น อาเธอร์จำเป็นต้องทำการปลดปล่อยพินัยกรรมแห่งมหาสถาปนิกจากการคุมขัง รวบรวมกุญแจสู่อาณาจักรทั้งเจ็ดดอก และคลี่คลายความลับของบ้าน
บ้าน คือจุดศูนย์กลางของจักรวาล เป็นสิ่งแรกที่มหาสถาปนิกสร้าง เพื่อเป็นที่อยู่ของพลเมืองทั้งหลาย บ้านกับจักรวาลถูกกั้นด้วยกำแพงสุญญะ ถ้าต้องการเดินทางออกจากบ้านหรือเดินทางไปที่ต่าง ๆ ภายในบ้านก็มีหลายวิธีเช่นกัน เช่น ลิฟท์ ประตูหน้า ใช้จานเคลื่อนย้าย ทางประหลาด บันไดไม่ควรเป็น ฯลฯ บ้านแบ่งออกเป็น 7 อาณาจักร ซึ่งจะถูกแบ่งกันปกครอง ผู้ปกครองแต่ละดินแดนจะเรียกตัวเองว่า ผู้ดูแล ดังนี้
กุญแจสู่อาณาจักรทั้งเจ็ดดอก คือ วัตถุเจ็ดชิ้นซึ่งให้อำนาจแก่คณะผู้ดูแลเหนือส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ซึ่งคณะผู้ดูแลทั้งเจ็ดได้แบ่งเอาไปถือคนละดอก แยกกันปกครองบ้าน และวันที่มีชื่อเหมือนกับตนในอาณาจักรชั้นที่สอง กุญแจจะถูกผูกมัดกับผู้ถือกุญแจที่แท้จริง และปกป้องผู้ที่ถือมันจากอันตราย ผู้ครอบครองกุญแจที่แท้จริงคือทายาท ผู้ดูแลทั้งหมดเป็นเพียงผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือผู้พิทักษ์เท่านั้น การใช้กุญแจมากเกินไปจะเปลี่ยนผู้รู้ตายให้เป็นพลเมืองอย่างแก้ไขไม่ได้ โดยเวทมนตร์ในร่างกายของผู้รู้ตายจะค่อยๆ หายไปเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งศตวรรษ ดังนั้นอาเธอร์จึงต้องใช้กุญแจให้น้อยครั้งเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากเขายังปรารถนาจะเป็นผู้รู้ตายและกลับไปพบกับครอบครัวของเขาอีกครั้ง
กุญแจทั้งหมดยังมีอำนาจเต็มเปี่ยมในเขตแดนของบ้านและวันต่างๆ ในอาณาจักรชั้นที่สอง แต่กุญแจดอกอื่นๆ จะมีอำนาจเท่ากันถ้ามิได้อยู่ในเขตแดนของมันเอง ยกเว้นกุญแจของลอร์ดวันอาทิตย์ซึ่งมีความยิ่งใหญ่เหนือกุญแจทั้งหมด กุญแจสามารถทำได้หลายอย่างเมื่อผู้ถือกุญแจขอ ตัวอย่างเช่น เปิด ลงกลอน เคลื่อนย้าย แช่แข็ง อำนาจสูงสุดของกุญแจยังไม่มีผู้ใดรู้ กุญแจยังมีอำนาจในการสังหารผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ตาย พลเมือง หรือนิทลิ่ง ยกเว้นผู้ชรา และอุปกรณ์ที่ใช้ลงทัณฑ์เขาซึ่งทนทานต่อกุญแจทั้งหมด
ผู้รู้ตาย (mortal human) คือ สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเองในอาณาจักรชั้นที่สอง เกิดจากดาวเคราะห์บางดวงมีพัฒนาการไม่หยุด ผู้รู้ตายจะมีลักษณะอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของดาวที่มันอยู่ ไม่เหมือนพลเมือง ผู้รู้ตายสามารถตายได้ ผู้รู้ตายจึงมีความหมายชัดเจนว่า "ผู้ที่ไม่ได้เป็นอมตะ"
ผู้รู้ตายแต่ละคนจะมีบันทึกเป็นของตนเอง และไม่ได้มีแค่เล่มเดียว บันทึกเหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่บ้านโดยมีพลเมืองเป็นผู้สังเกตการณ์ บันทึกมีหลายรูปแบบ เป็นจารึกหิน แผ่นหนัง กระดาษปาปิรัส กระดาษขาว ฯลฯ บันทึกแต่ละเล่มมีการเชื่อมโยงกับบันทึกเล่มอื่นๆ เมื่อเกิดสิ่งใดขึ้นกับตัวผู้รู้ตาย บันทึกก็จะบันทึกสิ่งนั้น ผู้มีอำนาจหรือเครื่องมือแห่งอำนาจสามารถเปลี่ยนบันทึกได้ในระดับหนึ่ง เมื่อผู้รู้ตายตายลงบันทึกจะย่อยสลายตัวเองและกลับสู่สุญญะ นอกจากผู้รู้ตายแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านและอาณาจักรชั้นที่สองก็มีบันทึกเป็นของตัวเองเช่นกัน
สุญญะเป็นสารตั้งตนของจักรวาล เป็นที่มาของทุกสสาร มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nothing เพราะก่อนเกิดจักรวาลไม่มีอะไรนอกจากสุญญะ ผู้เขียนจึงต้องชื่อสารตั้งต้นว่า "สุญญะ" อันแปลว่า "ความว่างเปล่า" มีสภาพเป็นกึ่งแก๊สกึ่งของเหลว มีสีดำสนิทหรือดำแวววาว เนื่องจากเป็นสารตั้งต้นของจักรวาลจึงสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบของผู้ใช้ แต่ผู้ใช้นั้นจะต้องมีพลัง มิฉะนั้นจะถูกสุญญะกัดกินได้ สุญญะเป็นสิ่งอันตรายที่ทุกคนต้องห้ามแตะต้อง ดังนั้นพลเมืองจึงมีความพิถีพิถันในการใช้สุญญะมาก ไม่เหมือนผู้รู้ตายซึ่งหลงเข้ามาในบ้านจะไม่รู้จักความประหยัดใช้สุญญะอย่างฟุ่มเฟือย บ้านกับจักรวาลถูกกั้นเอาไว้ด้วยกำแพงสุญญะ หากมันถูกทำลาย บ้านและจักรวาลก็จะถูกทำลาย
สุญญะที่อยู่ในกำแพงสุญญะมักจะมีช่องว่างมากมาย ช่องว่างนั้นเรียกว่า "ช่องว่างของสุญญะ" ซึ่งมักจะพบอยู่ตามที่ที่มีสุญญะบริสุทธิ์ มีความดำแวววาวมันอาจจะอยู่ตรงไหนก็ได้ โดยเปิดมันด้วยเวทมนตร์ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกำแพงที่กั้นระหว่างบ้านกับอาณาจักรชั้นที่สอง หากบังเอิญเข้าไปอยู่ในช่องว่างของสุญญะจะถูกทำลายโดยทันที ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าไปอยู่ในช่องว่างของสุญญะเด็ดขาด
สุญญะยังสามารถก่อให้เกิดนิทลิ่งได้เมื่อพวกมันเข้ามารวมตัวกันเป็นก้อน นิทลิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมหาสถาปนิกมิได้เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา แต่สร้างมาจากสุญญะที่ไม่สามารถควบคุมได้ พวกมันจึงมีอิสระในตัวเองเหมือนกับมหาสถาปนิกและผู้ชรา แต่มีอำนาจน้อยกว่ามาก
นิทลิ่ง (Nithlings) คือ ชื่อที่ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตภายนอกตัวบ้านที่เกิดจากสุญญะที่รวมตัวกันโดยเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง หรือด้วยเวทมนตร์ก็ได้ ใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองหรือผู้รู้ตาย หากโดนนิทลิ่งทำร้าย ก็จะถูกสุญญะทำลายจนสิ้นซาก นิทลิ่งส่วนใหญ่สามารถทำลายได้โดยใช้เวทมนตร์หรือวัตถุบางอย่าง เช่น เงิน (Silver) หรือเกลือสำหรับนิทลิ่งชั้นต่ำ เป็นต้น
คณะผู้ดูแล มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการตามชื่อวันต่าง ๆ คือ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ปกติแล้วจะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลบ้านแทนมหาสถาปนิกและรอการมาของทายาทผู้ทรงสิทธิ์ แต่พวกเขากลับยึดกุญแจมาเป็นของตนและตั้งตนปกครองบ้านอย่างไม่ยุติธรรม โดยมีวันอาทิตย์เป็นหัวหน้าใหญ่ วันเสาร์รองลงมา และวันอื่น ๆ ลงมาตามลำดับ ผู้ดูแลทั้งเจ็ดจนถูกครอบงำด้วยบาปเจ็ดประการ ดังนี้
ตรงกันข้าม พินัยกรรมของมหาสถาปนิกเป็นสิ่งที่ยึดมั่นในคุณธรรม พินัยกรรมแต่ละส่วนจะถือ "คุณธรรมหลัก" ประกอบด้วย ความรอบคอบ ความพอประมาณ ความอดทน และ ความยุติธรรม รวมไปถึง "คุณธรรมทางเทววิทยา" ประกอบด้วย ความศรัทธา ความหวังและ ความกรุณา แต่ละส่วนของพินัยกรรมดูจะเป็นวิธีในการกำจัดบาปทั้งเจ็ดประการ ต่างจากรูปร่างที่มันแสดงโดยนัย เพราะว่า หมีน่าจะเต็มไปด้วยความมุทะลุ ปลาคาร์พน่าจะเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส กบน่าจะเต็มไปด้วยความโมโห นี่อาจจะเป็นผลข้างเคียงน้อยๆ ที่ปลีกออกไปจากนิสัยทั้งหมดของมัน เช่น ความยุติธรรมนอกเหนือจากความกรุณาจะเป็นเหมือนกับงูที่เกรี้ยวกราด ดังที่ส่วนที่ห้าของพินัยกรรมกล่าวว่า พินัยกรรมส่วนอื่นๆ จะไม่มั่นคงเมื่อขาดอิทธิพลแห่งความพอประมาณของมัน และความดีทั้งหมดของพวกมันยังตรงกันข้ามกับบาปของคณะผู้ดูแลทั้งเจ็ด ความตะกละตรงข้ามกับความพอประมาณ และความกรุณาก็ตรงกันข้ามกับความโลภ
การพาดพิงถึงบุคคลสำคัญในคริสต์ศาสนา ร้อยโทผู้รักษาประตูหน้าของบ้าน เปรียบเสมือนเซนต์ปีเตอร์ ผู้เป็นพระสันตะปาปาองค์แรก ซึ่งต่อมาได้เป็นนักบุญผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูสวรรค์และพาคนดีเข้าสู่ดินแดนแห่งพระเจ้า มงกุฎหนามที่ผู้ดูแลห้องน้ำสวมให้อาเธอร์ อาจพาดพิงถึงการไถ่บาปของพระเยซู ที่พระองค์ต้องถูกสวมมงกุฎหนาม ก่อนถูกตรึงไม้กางเขน
การพาดพึงถึงศาสนาอื่นๆ อีกรวมไปถึงผู้ชรา ผู้ถืออำนาจอันยิ่งใหญ่แต่กลับถูกล่ามโซ่และลงโทษโดยมหาสถาปนิก คล้ายกับ โพรมิธยูซ หรืออาจจะเป็นตัวแทนของ อูรานอส หรือยูเรนัส เทพแห่งท้องฟ้าซึ่งถูกไกอา พระแม่ธรณีหักหลัง เพราะจับขังลูกๆ ที่ตนกลัวว่าจะมายึดอำนาจครองโอลิมปัสของตน มิฉะนั้นก็เห็นจะเป็น ลูซิเฟอร์ ผู้ไร้ความกรุณา อีกสิ่งหนึ่งที่ำพาดพิงถึงเทพนิยายกรีก ก็คือเลือดของพลเมืองชั้นสูงบางคน มีสีทองเหมือนเทพเจ้าแห่งเขาโอลิมปัส
การพาดพึงถึงศาสนาในด้านอื่นๆ คือ ความเฉื่อยชาของคุณวันจันทร์ถูกกัดกินโดยเสพอักษร นิทลิ่งซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับงูขณะที่ต่อสู้กับอาเธอร์ นี่เป็นการลงโทษในนรกสำหรับความเฉื่อยชาซึ่งก็คือการถูกกัดกินโดยงู อังคารเคร่งตายเนื่องจากตกลงไปสู่หลุมแห่งสุญญะ ซึ่งเป็นการลงโทษสำหรับผู้ที่เต็มไปด้วยความโลภ คือ การโยนลงไปในน้ำมันเดือด สุดท้าย วันพุธจมตายฝืนใจกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเส้นทางของเธอและตายเพราะสุญญะได้กัดกินร่างของเธอไป อันเป็นการลงโทษสำหรับความตะกละ ก็คือ การถูกกัดกินโดยหนู คางคกและงู
ในพุธเพชฌฆาต มีการพาดพิงถึงตำนานน้ำท่วมโลก การที่ทะเลกั้นอาณาเขตถูกน้ำท่วมในหลายแห่ง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากจนน่ากลัว อันเนื่องมาจากบาปตะกละของท่านหญิงวันพุธ ซึ่งเป็นหนึ่งในบาปที่ทำให้พระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดน้ำท่วมโลก สำนักงานต่างๆ ต้องหนีน้ำด้วยการแปลงเป็นเรือ เหมือนกับเมื่อน้ำจะท่วมโลก โนอาห์ก็ได้สร้างเรือขึ้นมาเพื่อบรรทุกสรรพสัตว์ และในตอนท้ายของเล่ม อาเธอร์ได้นำลูกเรือแมนทิส มอธ และอื่นๆ รวมทั้งสาวกของคาร์พด้วยมาอยู่ในเรือมอธจนหมดเพื่อเดินทางผ่านกระจกในตู้ออกจากเรือไป เหมือนกับโนอาห์ที่นำสรรพสัตว์มาไว้บนเรืออย่างละคู่เพื่อให้ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป
ในเสาร์มนตรา การสร้างหอคอยของวันเสาร์เลอเลิศ ยังพาดพิงถึงการสร้างหอคอยบาเบล ที่ตอนแรกถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจของมนุษย์ แต่ต่อมาได้กลายเป็นการท้าทายพระเจ้า ซึ่งในที่นี้หมายถึงลอร์ดวันอาทิตย์ เพราะเขาอยู่สูงสุดของบ้าน เหมือนพระเจ้าผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง
การพาดพิงถึงตำนานนอร์ส การ์ธ นิกซ์ได้นำเอาความเชื่อบางประการมาใช้ เช่นนกกาเหว่า เป็นผู้ส่งสาส์นให้กับเทพโวเดน หรือโอดิน (Odin) ซึ่งมีความเฉลียวฉลาด เหมือนกับพินัยกรรมส่วนที่หก และต้นดราซิล (Drasil) ซึ่งคอยยกระดับสวนไร้ที่เปรียบให้สูงขึ้น คล้ายกับต้นอิกดราซิล (Yggdrasil) หรือ "ต้นไม้โลก" ซึ่งทำหน้าที่ค้ำจุนจักรวาล และเป็นสิ่งที่พ่อแม่ของลีฟเชื่อว่า "เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซึ่งบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ต่างอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์"
อาณาจักรแห่งกาลเวลาเป็นวรรณกรรมที่พาดพึงถึงนิทานและนิยายหลายเรื่อง หัวหน้าผู้รับใช้ของคุณวันจันทร์ สนีซเชอร์ เทียบเคียงกับเนสเตอร์จาก "การผจญภัยของตินติน" คนเป่าปี่ก็เป็นการนำมาสร้างใหม่ของ "คนเป่าปี่ผู้ลายพร้อยแห่งเฮมลิน" ผู้ที่ใช้เสียงดนตรีของตนในการนำเอาประชากรหนูออกไปจากเมือง และภายหลังก็นำเด็กๆ ออกไป เนื่องจากผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นปฏิเสธที่จะจ่ายค่าตอบแทนในการกำจัดหนูซึ่งสัญญากันไว้ ลูกทะเลก็มีส่วนคล้ายกับ ลูกทะเล ของซามูเอล เทย์เลอร์ คอเลอร์ริดจ์ ลูกทะเลทั้งสองคนต่างก็ยิงนก และมีข้อความจากบทกวี แฮมเลต ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ปรากฏอยู่ใน ศุกร์รัตติกาล
"ผู้เฉื่อยคร้านมากเล่ห์" (Artful Loungers) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับใช้ของวันเสาร์เลอเลิศ อาจพาดพึงถึง "Artful Dodger" ชื่อของถนนโจรในนวนิยายของชาร์ล ดิคค์เคน โอลิเวอร์ ทวิสต์ (Oliver Twist) และลักษณะการแต่งกายของพลเมืองในบ้านเบื้องล่าง และชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กของคนเป่าปี่ ก็สอดคล้องกับลักษณะทางสังคมที่ดิคค์เคนใช้ชีวิตอยู่ ในเรื่องพุธเพชฌฆาต อาเธอร์แนะนำว่าทางผ่านจะเปิด "ผ่านทางตู้เสื้อผ้า" ซึ่งคล้ายกันมากกับตู้เสื้อผ้าในเรื่อง ตู้พิศวง ซึ่งเป็นทางผ่านไปสู่นาร์เนีย ในเล่มเดียวกัน การ "แลกกันฟัน" อาจพาดพิงถึงการประลองใน "เซอร์กาเวนกับอัศวินสีเขียว (Sir Gawain and the Green Knight)" หนึ่งในบทกวีที่สอดคล้องกับตำนานของกษัตริย์อาเธอร์
การใช้คำว่า มหาสถาปนิก เป็นชื่อของผู้สร้างจักรวาลนั้น พาดพิงถึงความเชื่อของสมาคมฟรีเมสัน หรือการกระโดดของตรรกวิทยา ซึ่งสมาชิกของฟรีเมสันใช้คำว่า "มหาสถาปนิก" เพื่อแสดงความเป็นอยู่สูงสุดของมนุษย์ ด้วยเหตุที่ว่าในประวัติศาสตร์ของโลกว่าศูนย์กลางของจักรวาลคือบ้าน และผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นสถาปนิก
การพาดพึงถึงวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งคือ การใช้ชื่อของ หน้าปัดทั้งเจ็ด (Seven Dials) เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายระหว่างบ้านเบื้องล่างกับอาณาจักรชั้นที่สอง โดยมันเป็นชื่อของทางเชื่อมถนนขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน
การกระทำของท่านหญิงวันศุกร์ในการเพ่ง "ประสบการณ์" ของมนุษย์เทียบได้กับผู้ที่ติดยาเสพติด เธอสังเกตอารมณ์ต่างๆ อย่างเศร้าๆ "เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว" จากนั้นก็ปรารถนามากขึ้น ก่อนจะสังเกตว่าเธอมักจะ "หมด" และจากนั้นก็จากไปแล้วไปหา "เรื่องกวนใจเรื่องอื่น" ต่อไป
การพาดพิงถึงตำแหน่งบุคคล ชื่อคุณหญิงพรีมัส (Dame Primus) หากถอดเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะได้เป็น "Lady First" หรือตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง อันเป็นตำแหน่งของภริยาประธานาธิบดีของประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ด้วยการที่เธอเป็นผู้ดูแลและจัดการเขตแดนที่ถูกอ้างสิทธิ์แทนอาเธอร์ ก็ไม่ต่างอะไรกับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ผู้ดูแลทำเนียบประธานาธิบดี
ชื่อเต็มของอาเธอร์ "อาเธอร์ เพนฮาลิกอน" พาดพิงถึง อาเธอร์ เพนดราก้อน ผู้ที่รู้จักกันในนามของ กษัตริย์อาเธอร์ โดยมีด็อกเตอร์สคาแมนดรอส เป็นตัวแทนของพ่อมดเมอร์ลิน อีกสิ่งหนึ่งที่พาดพิงถึงตำนานกษัตริย์อาเธอร์ ก็คือโต๊ะประชุมในห้องประชุมวันจันทร์ คล้ายกับโต๊ะกลมที่ใช้เป็นโต๊ะประชุมของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม
จากบทสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2547การ์ธ นิกซ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแรงจูงใจที่ทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์วรรณกรรมชุดอาณาจักรแห่งกาลเวลาเอาไว้ดังนี้:
คนส่วนใหญ่มองว่าอาณาจักรแห่งกาลเวลาเป็นวรรณกรรมเยาวชนประเภทอิงคริสต์ศาสนาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสังเกตได้จากบาปทั้งเจ็ดประการและคุณธรรมทั้งเจ็ดประการ และยังได้เสียงสนับสนุนเป็นจำนวนมาก
"...จันทร์มหันตภัยได้เจริญตามรอยของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ อย่างเช่น ไมเคิล มัวร์ค็อกและฟิลิป พูลแมน แต่ว่าไกลจากการเขียนแบบโทลคีน..." และ "...เป็นหนังสือประเภทที่วาง-ไม่-ลง" และยังมีชื่ออยู่ในรายชื่อหนังสือสำหรับเด็กดีเด่นในงานสัปดาห์คณิตศาสตร์และหนังสือแห่งออสเตรเลียแห่งปี 2007 อีกด้วย